หน้า Screener
คู่มือนักลงทุน AEGISS
คู่มือนักลงทุนฉบับสมบูรณ์ (Investor Handbook)

เข้าใจกลไกและระบบคัดกรองหุ้น AEGIS Screener

อธิบายเบื้องหลังการตัดสินใจ ทุกตัวเลข ทุกสูตร และทุกหมวดหมู่ ออกแบบตามระเบียบวิธีวิจัยทางการเงินระดับสถาบัน เพื่อเป้าหมายคือ "ปกป้องเงินต้น และคัดกรองเฉพาะหุ้นที่มีแต้มต่อความปลอดภัยสูงสุด"

เกราะนิติการเงิน 100%
5 หมวดหมู่ยุทธศาสตร์
Fair Value & MOS

1. วิธีอ่าน 5 หมวดหมู่ยุทธศาสตร์ (5 Strategic Categories)

แยกกลุ่มชัดเจนเพื่อบอกจังหวะว่า ควรซื้อ, สะสม, หรือห้ามยุ่ง

🟢 น่าเข้าซื้อทันที (Ready to Buy)

จุดเข้าซื้อสมบูรณ์แบบ ทั้งพื้นฐานและกราฟเทคนิคอล

🔍 เกณฑ์คัดกรอง:งบการเงินเกรด A/A+, ปลอดหนี้สินสุทธิ, กราฟขาขึ้น Golden Cross ยืนเหนือ MA50/200, ราคาอยู่ในกรอบแนวรับ และ RSI ไม่อยู่ในโซน Overbought
💡 กลยุทธ์: เหมาะสำหรับสวิงเทรดระยะสั้น (Swing Trade) หรือเริ่มเปิดไม้แรกเพื่อสะสม มีแต้มต่อความปลอดภัยสูงที่สุด

🏰 ป้อมปราการเงินสด (Cash Cows)

หุ้นปันผลสูง ทนทานทุกสภาวะเศรษฐกิจ

🔍 เกณฑ์คัดกรอง:มีกระแสเงินสดอิสระ (FCF) มหาศาลสม่ำเสมอ, อัตราเงินปันผลจริง ≥ 2.0% ต่อปี, และเป็นสินค้าจำเป็นหรือธุรกิจกึ่งผูกขาด (เช่น JNJ, KO, PEP, PG)
💡 กลยุทธ์: เหมาะเป็น "เสาหลักของพอร์ต" สำหรับการออมเงินแบบถัวเฉลี่ยรายเดือน (DCA) เพื่อรับปันผลทบต้นยาวนาน 1-5 ปี

🟠 ห้ามเข้าตอนนี้ (Overextended)

หุ้นพื้นฐานดีเยี่ยม แต่ราคาขึ้นร้อนแรงเกินไป

🔍 เกณฑ์คัดกรอง:พื้นฐานดี แต่ราคาปรับตัวขึ้นแรงจน RSI ≥ 70 (Overbought) หรือราคาลอยสูงกว่าเส้น MA50 เกิน 15-20% หรือชนราคาเป้าหมาย 12 เดือนแล้ว
💡 กลยุทธ์: "ห้ามไล่ราคาเด็ดขาด" ผู้ที่มีหุ้นอยู่เดิมสามารถถือรันเทรนด์ได้ แต่คนไม่มีหุ้นควรรอย่อตัวแตะ MA50

🟡 ต้องรอจังหวะ (Wait Pullback)

หุ้นดีแต่อยู่ในช่วงพักฐานหรือปรับฐานราคา

🔍 เกณฑ์คัดกรอง:ปัจจัยพื้นฐานผ่านเกณฑ์ แต่ราคายังอยู่ใต้เส้น MA50/MA200 หรืออยู่ในช่วง Death Cross (ยังไม่อยู่ในขาขึ้นสมบูรณ์)
💡 กลยุทธ์: อย่าเพิ่งรีบเข้าซื้อ (ห้ามรับมีด) ให้เฝ้าติดตามใน Watchlist รอราคาสร้างฐานมั่นคงและยืนยันการกลับตัว

⛔ ความเสี่ยงสูง / หุ้นอันตราย (Blacklist Risk)

ตรวจพบสัญญาณเตือนวิกฤตการเงิน หรือส่อแววตกแต่งบัญชี

🔍 เกณฑ์คัดกรอง:Altman Z-Score อยู่ในโซนวิกฤต (เสี่ยงล้มละลายหรือหนี้ท่วม), มีความเสี่ยงตกแต่งงบ (Beneish M-Score อันตราย), หรือเผาผลาญเงินสดอย่างรุนแรง (Free Cash Flow ติดลบหนัก)
💡 คำเตือน: "ห้ามซื้อ และห้ามถัวเฉลี่ย (No DCA) เด็ดขาด" ระบบจะปิดการแสดงราคาเป้าหมายและโซนเข้าซื้อทันที เพื่อคุ้มครองเงินต้นของคุณ

2. เกราะป้องกันนิติการเงิน & ตรวจสอบงบ (Financial Forensics Shield)

กำไรบัญชีอาจหลอกตาได้ แต่เงินสดและสมการคณิตศาสตร์ไม่เคยโกหก

Beneish M-Score (ตรวจจับการตกแต่งงบ)

เกณฑ์ปลอดภัย: < -2.22

คิดค้นโดย Prof. Messod Beneish (มหาวิทยาลัยอินเดียนา) โมเดลนี้เคยตรวจพบการตกแต่งงบของบริษัท Enron ก่อนล้มละลายจริง

• ค่าน้อยกว่า -2.22 (เช่น -2.85): งบสะอาด โปร่งใส ไม่มีการหมุนเวียนลูกหนี้หรือซ่อนต้นทุน
• ค่ามากกว่า -2.22 (เช่น -1.50): ผิดปกติ ส่อแววเร่งบันทึกรายได้ล่วงหน้าหรือยืดค่าเสื่อมราคา

Altman Z-Score (ประเมินความเสี่ยงล้มละลาย)

เกณฑ์ปลอดภัย: ≥ 3.0

คิดค้นโดย Prof. Edward Altman (NYU) ใช้วัดโครงสร้างหนี้สินต่อทุน สภาพคล่องหมุนเวียน และความสามารถในการทำกำไร

• โซนปลอดภัย (≥ 3.0): ฐานะการเงินแกร่ง หนี้ต่ำ เงินสดหนุนหลังเพียงพอ
• โซนเฝ้าระวัง (1.81 - 2.99): ต้องระวังโครงสร้างหนี้สินระยะยาว
• โซนวิกฤต (< 1.81): เปราะบาง เสี่ยงผิดนัดชำระหนี้หรือเพิ่มทุน

Free Cash Flow (กระแสเงินสดอิสระแท้จริง vs กำไรสุทธิ)

บริษัทที่กำไรสุทธิเป็นบวกอาจขาดสภาพคล่องจนล้มละลายได้ หากกำไรเหล่านั้นเป็นเพียงลูกหนี้การค้าที่ยังเก็บเงินไม่ได้ ระบบ AEGIS จึงยึดเกณฑ์กระแสเงินสดอิสระ (Operating Cash Flow ลบด้วย Capex) บริษัทที่ดีต้องมีเงินสดจริงไหลเข้ากระเป๋าต่อเนื่อง เพื่อนำมาจ่ายเงินปันผล ซื้อหุ้นคืน หรือขยายธุรกิจโดยไม่ต้องกู้เงินเพิ่ม

3. เส้นค่าเฉลี่ยสถาบัน MA50/200 (Technical Trendlines)

เส้นนำทางของเงินก้อนใหญ่ (Smart Money) จากวอลล์สตรีท

เส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน (MA50) - ต้นทุนสถาบัน 1 ไตรมาส

50 วันทำการ คือระยะเวลาประมาณ 1 ไตรมาส (10 สัปดาห์) ซึ่งเป็นรอบเวลาที่กองทุนใหญ่ปรับพอร์ตและสะสมหุ้น หุ้นขาขึ้นจริง ราคาจะย่อตัวลงมาทดสอบเส้น MA50 แล้วเด้งกลับเสมอ หากหลุดเส้นนี้แปลว่าแรงซื้อของสถาบันเริ่มแผ่ว

เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน (MA200) - เส้นแบ่งกระทิง/หมี

200 วันทำการ คือระยะเวลาประมาณ 1 ปีเต็ม กองทุนบำนาญทั่วโลกใช้เป็นเส้นตัดสินชะตากรรม: "ราคายืนเหนือ MA200 = ตลาดกระทิงขาขึ้น" แต่ถ้า "ราคาหลุดต่ำกว่า MA200 = ตลาดหมีขาลง" หุ้นที่หลุดเส้นนี้มักจะไหลลงต่อเนื่องรุนแรง

🌟 Golden Cross (สัญญาณขาขึ้นใหญ่)

เกิดขึ้นเมื่อ เส้น MA50 ตัดขึ้นเหนือเส้น MA200 บ่งชี้ว่าแรงซื้อและโมเมนตัมในรอบไตรมาสชนะแนวโน้มระยะยาวแล้ว เป็นจุดเริ่มต้นของรอบขาขึ้นระเบิดที่นักลงทุนสถาบันเข้ากวาดซื้อ

☠️ Death Cross (สัญญาณขาลงอันตราย)

เกิดขึ้นเมื่อ เส้น MA50 ตัดลงใต้เส้น MA200 บ่งชี้ว่าหุ้นเข้าสู่ขาลงระยะยาวอย่างสมบูรณ์ ในประวัติศาสตร์วิกฤตตลาดหุ้นทุกครั้ง หุ้นจะเกิด Death Cross ก่อนที่จะดิ่งลงไปอีก 30-70% เสมอ ระบบจึงสั่งห้ามซื้อทันที

4. ราคาเป้าหมาย & มูลค่าแท้จริง (Valuation & Price Targets)

อิงข้อมูลสถิติจริงและโมเดลการเงินระดับโลก 3 ลำดับชั้น
ลำดับความสำคัญที่ 1

🎯 Wall Street Consensus (12 เดือน)

ค่าเฉลี่ยราคาเป้าหมายจากนักวิเคราะห์วาณิชธนกิจชั้นนำ (เช่น Goldman Sachs, Morgan Stanley, JPMorgan) ประเมินไว้ในรอบ 12 เดือนข้างหน้า

ลำดับความสำคัญที่ 2

💎 DCF Fair Value (มูลค่าคิดลดกระแสเงินสด)

กรณีหุ้นไม่มีเป้าหมายวอลล์สตรีท ระบบจะคำนวณหามูลค่าแท้จริงจากความสามารถผลิตเงินสดอิสระ (FCF/Share) คูณตัวคูณเติบโตอุตสาหกรรม

ลำดับความสำคัญที่ 3

📈 ATR Volatility Expansion (เป้าสวิงเทรด)

สำหรับรอบสวิงเทรดระยะสั้น ใช้ค่าความผันผวนจริง ATR 14 วัน คำนวณระยะขยายตัวของรอบราคา (Entry + 4x ATR) เป็นจุดทำกำไรที่มีโอกาสเกิดจริง

👑

All-Time High (ATH) & พลังกำไร (The Peter Lynch EPS Power Ratio)

Peter Lynch ในตำนานกล่าวไว้ว่า "ในระยะยาว ราคาหุ้นจะวิ่งตามเส้นกำไรเสมอ" ระบบ AEGIS จึงนำยอดกำไรต่อหุ้นล่าสุด (Current Trailing EPS) มาเทียบกับกำไรตอนที่หุ้นเคยทำจุดสูงสุดในอดีต (EPS at ATH):

• EPS Power ≥ 1.2x (กำไรโตแซงยอดดอย):แม้ราคาจะย่อตัวลงมา แต่กำไรบริษัทเติบโตสูงกว่าช่วงที่คนแย่งซื้อบนดอยในอดีต ถือเป็นโอกาสสะสมของดีราคาลดกระหน่ำ โอกาสทวงคืน ATH สูงถึง 85-95%
• EPS Power < 0.7x (กำไรหดตัวถาวร):ราคาที่ร่วงลงมาเกิดจากกำไรพัง ไม่ใช่ของถูก ห้ามเข้าไปรับมีดหรือถัวเฉลี่ยเด็ดขาด

5. การบริหารความเสี่ยง & ป้อมปราการ (Risk Management & Moats)

สิ่งที่แยกผู้ชนะออกจากผู้แพ้ คือการควบคุมความเสี่ยงเมื่อคิดผิด

กฎ Risk/Reward Ratio (ความคุ้มค่า 1 : 2 หรือ 1 : 3)

นักลงทุนระดับท็อปจะไม่ซื้อหุ้นถ้าไม่คุ้มค่าความเสี่ยง เช่น ยอมตัดขาดทุน (Stop-Loss) -4% เป้าหมายกำไรต้องอยู่ที่อย่างน้อย +12% (1 : 3 เท่า) หมายความว่า แม้คุณจะทายถูกแค่ 4 ใน 10 ครั้ง พอร์ตของคุณก็ยังคงเติบโตในระยะยาว

จุดตัดขาดทุนอัตโนมัติ (Dynamic Stop-Loss)

ระบบกำหนดจุด Stop-Loss ไว้อย่างชัดเจนทุกไม้ โดยอิงจากจุดใต้เส้นแนวรับ MA50 หากราคาหุ้นหลุดจุดนี้ แปลว่าสมมติฐานการเข้าซื้อผิดพลาด ต้องยอมตัดขาดทุนทันที (เสีย 4-5%) เพื่อรักษาเงินต้น 95% เอาไว้ ห้ามทนถือเด็ดขาด

Moat (ป้อมปราการธุรกิจที่ไร้คู่แข่งของ Warren Buffett)

1. High Switching Costsลูกค้าย้ายค่ายยากมาก เพราะระบบผูกติดกับชีวิตหรือองค์กรไปหมดแล้ว (เช่น Apple iOS, Microsoft Windows, Adobe)
2. Network Effectsยิ่งมีผู้ใช้งานมาก แพลตฟอร์มยิ่งทรงพลังจนคู่แข่งลอกเลียนแบบไม่ได้ (เช่น Meta, Visa, Mastercard)
3. Monopoly & Patentsมีสิทธิบัตรผูกขาดทางกฎหมาย หรือเป็นเจ้าเดียวในโลกที่ผลิตได้ (เช่น ASML เครื่องพิมพ์ชิป, Nvidia CUDA)